การแก้ไขและถอดถอนบทความภายหลังการตีพิมพ์

นโยบายการแก้ไขและถอดถอนบทความภายหลังการตีพิมพ์

วารสารให้ความสำคัญกับความถูกต้อง ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือของบันทึกทางวิชาการ บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่โดยสมบูรณ์แล้ว ซึ่งได้รับการกำหนดปีที่ ฉบับที่ เลขหน้า หรือหมายเลขบทความแล้ว ถือเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกทางวิชาการ และโดยหลักจะไม่มีการแก้ไขหรือแทนที่ไฟล์บทความต้นฉบับภายหลังการเผยแพร่

หากพบข้อผิดพลาดภายหลังการตีพิมพ์ วารสารจะพิจารณาดำเนินการตามลักษณะ ที่มา ความรุนแรง และผลกระทบของข้อผิดพลาด โดยอาจดำเนินการในรูปแบบ Erratum, Corrigendum หรือ Retraction ตามความเหมาะสม

1. Erratum

Erratum หมายถึง การแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดจากกระบวนการจัดการ การผลิต หรือการจัดพิมพ์ของวารสารภายหลังจากที่ผู้นิพนธ์ได้ส่งต้นฉบับฉบับสมบูรณ์แล้ว

ข้อผิดพลาดดังกล่าวอาจรวมถึงความผิดพลาดเกี่ยวกับข้อความ การจัดรูปแบบ ตาราง รูปภาพ เลขหน้า หรือข้อมูลทางบรรณานุกรม ซึ่งเกิดจากกระบวนการของวารสาร

เมื่อพบข้อผิดพลาดดังกล่าว บรรณาธิการจะพิจารณาลักษณะและผลกระทบของข้อผิดพลาด และอาจดำเนินการเผยแพร่ Erratum เพื่อชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้อง

2. Corrigendum

Corrigendum หมายถึง การแก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อมูลในบทความที่เกิดจากผู้นิพนธ์และพบภายหลังจากบทความได้รับการตีพิมพ์แล้ว โดยข้อผิดพลาดดังกล่าวยังไม่ทำให้ผลการวิจัยหรือข้อสรุปหลักของบทความขาดความน่าเชื่อถือ

ผู้นิพนธ์ที่ประสงค์ขอแก้ไขบทความต้องแจ้งต่อบรรณาธิการ พร้อมระบุส่วนที่ต้องการแก้ไข ข้อมูลที่ถูกต้อง เหตุผลของการแก้ไข และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื้อหาของบทความ

ข้อผิดพลาดที่อาจพิจารณาดำเนินการโดย Corrigendum ได้แก่ ข้อผิดพลาดในข้อความ ตัวเลข ตาราง รูปภาพ ข้อมูลทางบรรณานุกรม หรือข้อมูลอื่นที่เกิดจากผู้นิพนธ์ ซึ่งสามารถแก้ไขได้โดยไม่ทำให้ผลการวิจัยหรือข้อสรุปหลักของบทความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

บรรณาธิการจะเป็นผู้ประเมินผลกระทบของการแก้ไขและกำหนดวิธีดำเนินการที่เหมาะสม หากการแก้ไขอาจมีผลต่อการตีความผลการวิจัย การอภิปรายผล หรือข้อสรุป บรรณาธิการอาจขอความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ

3. Retraction

Retraction หมายถึง การถอดถอนบทความออกจากสถานะผลงานวิชาการที่สามารถนำผลหรือข้อสรุปไปใช้อ้างอิงได้ เนื่องจากพบปัญหาร้ายแรงที่ส่งผลต่อความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือจริยธรรมของบทความ

วารสารอาจพิจารณาถอดถอนบทความเมื่อมีหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าเกิดกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้

  1. ผลการวิจัยหรือข้อสรุปของบทความขาดความน่าเชื่อถืออย่างมีนัยสำคัญ อันเนื่องมาจากข้อผิดพลาดร้ายแรงหรือการประพฤติผิดทางการวิจัย
  2. มีการสร้างข้อมูลเท็จ (Fabrication) การดัดแปลงหรือบิดเบือนข้อมูล (Falsification)
  3. มีการลอกเลียนผลงาน (Plagiarism) ในระดับที่มีนัยสำคัญ
  4. มีการตีพิมพ์ซ้ำหรือใช้ข้อมูลซ้ำโดยไม่มีการเปิดเผยหรือได้รับอนุญาตอย่างเหมาะสม
  5. มีการใช้ข้อมูล เอกสาร หรือแหล่งข้อมูลที่ไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องหรือการมีอยู่ได้ ในลักษณะที่มีนัยสำคัญจนส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของบทความ
  6. มีการละเมิดหลักจริยธรรมการวิจัย จริยธรรมการตีพิมพ์ หรือข้อกำหนดทางกฎหมายที่มีสาระสำคัญ
  7. มีการประพฤติผิดเกี่ยวกับผู้ประพันธ์ กระบวนการประเมินบทความ หรือกระบวนการตีพิมพ์ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความน่าเชื่อถือของบทความ
  8. มีเหตุอื่นที่บรรณาธิการพิจารณาแล้วเห็นว่าการคงสถานะของบทความอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือกระทบต่อความถูกต้องของบันทึกทางวิชาการ

การพบข้อผิดพลาดเพียงอย่างเดียวไม่ถือเป็นเหตุแห่งการถอดถอนโดยอัตโนมัติ บรรณาธิการจะพิจารณาลักษณะ ขอบเขต ความรุนแรง และผลกระทบของปัญหาต่อความน่าเชื่อถือของบทความเป็นสำคัญ

4. กระบวนการพิจารณา

เมื่อได้รับแจ้งหรือพบข้อผิดพลาดภายหลังการตีพิมพ์ บรรณาธิการจะตรวจสอบข้อเท็จจริงและอาจขอให้ผู้นิพนธ์ชี้แจงหรือแสดงหลักฐานเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

บรรณาธิการอาจขอความเห็นจากกองบรรณาธิการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณา

การตัดสินใจว่าจะดำเนินการในรูปแบบ Erratum, Corrigendum หรือ Retraction จะพิจารณาจากลักษณะของข้อผิดพลาด ความรุนแรง ผลกระทบต่อความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของบทความ และหลักจริยธรรมการตีพิมพ์

การตัดสินใจขั้นสุดท้ายเป็นอำนาจของบรรณาธิการ และในกรณี Retraction สามารถดำเนินการได้แม้ผู้นิพนธ์ไม่ให้ความยินยอม

5. การเผยแพร่การแก้ไขหรือการถอดถอน

บทความต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์แล้วจะยังคงอยู่บนเว็บไซต์ของวารสาร และจะไม่มีการแทนที่ไฟล์ต้นฉบับด้วยบทความฉบับแก้ไข

Erratum หรือ Corrigendum จะเผยแพร่เป็นเอกสารแยกจากบทความต้นฉบับ พร้อมระบุข้อมูลทางบรรณานุกรมของบทความต้นฉบับและเชื่อมโยงระหว่างเอกสารทั้งสองอย่างชัดเจน

กรณี Retraction วารสารจะคงบทความต้นฉบับไว้บนเว็บไซต์ พร้อมแสดงข้อความ “RETRACTED” อย่างชัดเจน และเผยแพร่ประกาศถอดถอน (Retraction Notice) ซึ่งระบุข้อมูลของบทความ เหตุผลในการถอดถอน วันที่ถอดถอน และผู้มีอำนาจตัดสินใจ โดยเชื่อมโยงประกาศถอดถอนกับบทความต้นฉบับ

การดำเนินการทั้งหมดมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความถูกต้อง ความโปร่งใส และความสมบูรณ์ของบันทึกทางวิชาการ