การใช้ปัญญาประดิษฐ์

นโยบายการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)

วารสารตระหนักถึงบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์เชิงกำเนิด (Generative AI) ที่มีต่อการวิจัยและการสื่อสารทางวิชาการ วารสารอนุญาตให้ใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนการจัดทำบทความภายใต้หลักความโปร่งใส ความรับผิดชอบ ความถูกต้องทางวิชาการ และจริยธรรมการวิจัยและการตีพิมพ์ โดย AI ไม่สามารถทดแทนความรับผิดชอบของมนุษย์ในฐานะผู้นิพนธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือบรรณาธิการได้

1. การใช้ AI โดยผู้นิพนธ์

ผู้นิพนธ์สามารถใช้ AI เพื่อสนับสนุนการจัดทำบทความ เช่น การตรวจสอบภาษา การปรับปรุงสำนวน การแปล การจัดโครงสร้างข้อความ การสรุปข้อมูล หรือการช่วยค้นหาแนวคิดเบื้องต้น ทั้งนี้ การใช้ AI ต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบและความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์

ผู้นิพนธ์ต้องตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา ข้อมูล ข้อเท็จจริง การวิเคราะห์ การอ้างอิง และแหล่งข้อมูลทั้งหมดที่เกิดจากหรือได้รับความช่วยเหลือจาก AI ก่อนส่งบทความมายังวารสาร

ห้ามใช้ AI เพื่อสร้าง ปลอมแปลง หรือบิดเบือนข้อมูล ผลการวิจัย หลักฐาน รูปภาพ หรือแหล่งอ้างอิงที่ไม่มีอยู่จริง รวมถึงการใช้ AI ในลักษณะที่อาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดเกี่ยวกับกระบวนการหรือผลการวิจัย

ผู้นิพนธ์ต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาทั้งหมดของบทความ ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะจัดทำขึ้นโดยตรงหรือได้รับความช่วยเหลือจาก AI

2. การเปิดเผยการใช้ AI

กรณีที่มีการใช้ Generative AI ในการสร้างหรือปรับเปลี่ยนเนื้อหาที่เป็นสาระสำคัญของบทความ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การตีความผล การสร้างข้อความ หรือการสร้างหรือดัดแปลงภาพ ผู้นิพนธ์ต้องเปิดเผยชื่อเครื่องมือและลักษณะการใช้งานอย่างเหมาะสมในบทความ

การใช้เครื่องมือเพื่อการตรวจสะกด ตรวจไวยากรณ์ หรือปรับปรุงภาษาเพียงเล็กน้อย โดยไม่สร้างหรือเปลี่ยนแปลงสาระทางวิชาการ ไม่จำเป็นต้องเปิดเผย เว้นแต่บรรณาธิการร้องขอ

การเปิดเผยการใช้ AI ไม่ถือเป็นเหตุในการปฏิเสธบทความ หากการใช้งานดังกล่าวเป็นไปอย่างเหมาะสม โปร่งใส และไม่ขัดต่อจริยธรรมการวิจัยและการตีพิมพ์

3. AI และความเป็นผู้นิพนธ์

AI หรือเครื่องมือ Generative AI ไม่สามารถระบุเป็นผู้นิพนธ์หรือผู้นิพนธ์ร่วมของบทความได้ เนื่องจาก AI ไม่สามารถรับผิดชอบต่อความถูกต้อง ความสมบูรณ์ จริยธรรม และข้อผูกพันที่เกิดจากการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการได้

ผู้นิพนธ์ที่เป็นมนุษย์ต้องรับผิดชอบต่อการตรวจสอบและรับรองเนื้อหาทั้งหมดของบทความ รวมถึงเนื้อหาที่ได้รับความช่วยเหลือจาก AI

4. การใช้ AI ในการอ้างอิงและการสืบค้นข้อมูล

ผู้นิพนธ์ต้องตรวจสอบแหล่งข้อมูลและรายการอ้างอิงจากแหล่งต้นฉบับก่อนนำมาใช้ในบทความ และต้องไม่อ้างอิงแหล่งข้อมูลเพียงเพราะได้รับการแนะนำหรือสร้างขึ้นโดย AI โดยไม่ได้ตรวจสอบการมีอยู่และความถูกต้องของแหล่งข้อมูลดังกล่าว

AI ไม่ควรถูกใช้เป็นแหล่งอ้างอิงแทนแหล่งข้อมูลต้นฉบับในกรณีที่สามารถเข้าถึงและอ้างอิงแหล่งข้อมูลต้นฉบับได้

5. การใช้ AI โดยผู้ทรงคุณวุฒิ

ผู้ทรงคุณวุฒิต้องรักษาความลับของต้นฉบับและข้อมูลที่ได้รับจากกระบวนการประเมินบทความ และต้องไม่อัปโหลดต้นฉบับทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดที่มีข้อมูลที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะเข้าสู่ระบบ AI ภายนอก ซึ่งอาจจัดเก็บ ประมวลผล หรือนำข้อมูลไปใช้ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตจากวารสาร

ผู้ทรงคุณวุฒิอาจใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนในขอบเขตที่ไม่กระทบต่อการรักษาความลับและความเป็นส่วนตัว แต่การประเมินคุณภาพ ความถูกต้อง ความสำคัญ และข้อเสนอแนะต่อบทความต้องอยู่ภายใต้การพิจารณาและความรับผิดชอบของผู้ทรงคุณวุฒิเอง

ผู้ทรงคุณวุฒิไม่ควรใช้ AI เพื่อจัดทำรายงานการประเมินทั้งหมดโดยปราศจากการตรวจสอบและการใช้ดุลยพินิจทางวิชาการของตนเอง

6. การใช้ AI โดยบรรณาธิการและกองบรรณาธิการ

บรรณาธิการและกองบรรณาธิการต้องรักษาความลับของต้นฉบับ ข้อมูลของผู้นิพนธ์ และข้อมูลที่เกิดขึ้นในกระบวนการพิจารณาบทความ และต้องไม่อัปโหลดข้อมูลที่เป็นความลับเข้าสู่ระบบ AI ภายนอกในลักษณะที่อาจทำให้ข้อมูลถูกเปิดเผยหรือถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

AI อาจใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนงานด้านบรรณาธิการ เช่น การตรวจสอบภาษา การจัดหมวดหมู่ หรือการสนับสนุนงานด้านการบริหารจัดการ แต่ไม่ควรใช้เป็นผู้ตัดสินใจแทนบรรณาธิการในเรื่องการรับหรือปฏิเสธบทความ

การตัดสินใจเกี่ยวกับบทความทุกขั้นตอนเป็นความรับผิดชอบของบรรณาธิการและบุคคลที่เกี่ยวข้องตามกระบวนการของวารสาร

7. การฝ่าฝืนนโยบาย

หากวารสารพบหรือได้รับข้อมูลว่ามีการใช้ AI ในลักษณะที่ไม่เป็นไปตามนโยบายนี้ วารสารอาจขอให้ผู้นิพนธ์ชี้แจง ส่งหลักฐานเพิ่มเติม หรือแก้ไขบทความตามความเหมาะสม

หากพบการสร้างหรือบิดเบือนข้อมูล การสร้างหลักฐานหรือแหล่งข้อมูลที่ไม่มีอยู่จริง การละเมิดความลับ การละเมิดจริยธรรมการวิจัย หรือการใช้ AI ในลักษณะที่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของบทความ วารสารอาจปฏิเสธบทความ ยุติกระบวนการพิจารณา หรือดำเนินการตามนโยบายการแก้ไขและถอดถอนบทความภายหลังการตีพิมพ์ แล้วแต่กรณี

การพิจารณาการฝ่าฝืนนโยบายจะคำนึงถึงลักษณะ ความรุนแรง เจตนา และผลกระทบต่อความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของผลงานเป็นสำคัญ