การป้องกันตนเองจากการตกเป็นเหยื่อจากยาเสพติด ของนักศึกษาสาขาวิชาการบริหารงานตำรวจ
คำสำคัญ:
การป้องกันตนเอง, การตกเป็นเหยื่อ, ยาเสพติดบทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยเรื่องการป้องกันตนเองจาการตกเป็นเหยื่อจากยาเสพติดของนักศึกษาสาขาวิชาการบริหารงานตำรวจ
มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อศึกษาการป้องกันการตกเป็นเหยื่อจากยาเสพติดของนักศึกษาสาขาวิชาการบริหารงานตำรวจ และเพื่อเปรียบเทียบการป้องกันการตกเป็นเหยื่อจากยาเสพติดของนักศึกษาสาขาวิชาการบริหารงานตำรวจ กลุ่มประชากรตัวอย่างของการวิจัยคือ นักศึกษาสาขาวิชาการบริหารงานตำรวจ ทั้งหมด 172 คน เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยครั้งนี้ได้แก่
การเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม และสถิติที่ใช้ให้การวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation : S.D.) t-test (Independent t-test) คือการทดสอบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ย
สองกลุ่ม การวิเคราะห์ความแปรปรวน (Analysis of Variance : ANOVA) f-test เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยตัวแปรมากกว่า 2 กลุ่ม
ผลการศึกษาพบว่า
- ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 72.1 ของทั้งหมด อายุส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 20 ปี
มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 29.7 ของทั้งหมด ระดับชั้นปีส่วนใหญ่อยู่ในระดับชั้นปีที่ 4 คิดเป็นร้อยละ 39.0 ของทั้งหมด และเป็นผู้มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้คิดเป็นร้อยละ 28.5 ของทั้งหมด - การป้องกันตนเองจากการตกเป็นเหยื่อจากยาเสพติดของนักศึกษาสาขาวิชาการบริหารงานตำรวจ พบว่า อยู่ในระดับมาก ( = 3.66 S.D. = 0.42) โดยเมื่อพิจารณารายข้อพอว่า ข้อที่มีระดับความคิดเห็นสูงสุด คือ นักศึกษากลัวหาก
เสพยาจะถูกตำรวจจับเสียอนาคต ( = 4.88 S.D. = 0.39) รองลงมาคือ นักศึกษาเป็นผู้มีจิตใจเข็มแข็งไม่เสพยาเสพติด ( = 4.74 S.D. = 0.47) ตามลำดับ - ผลการเปรียบเทียบการป้องกันตนเองจากการตกเป็นเหยื่อจากยาเสพติดของนักศึกษาสาขาวิชาการบริหารงานตำรวจ พบว่า ผลการเปรียบเทียบโดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล เพศ อายุ ระดับชั้นปี และภูมิลำเนา กับการป้องป้องกันตนเองจากการตกเป็นเหยื่อจากยาเสพติดของนักศึกษาสาขาวิชาการบริหารงานตำรวจที่ต่างกัน มีคะแนนเฉลี่ยความคิดเห็นเกี่ยวกับการป้องกันตนเองจากการตกเป็นเหยื่อจากยาเสพติด แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05


