ความตื่นตัวทางการเมืองของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
คำสำคัญ:
ความตื่นตัวทางการเมือง, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, นักศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง ความตื่นตัวทางการเมืองของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความตื่นตัวทางการเมืองของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และเปรียบเทียบระดับความตื่นตัวทางการเมืองของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับชั้นปี และคณะที่ศึกษากลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จำนวน 400 คน การคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยโดยใช้สูตรของยามาเน่ (Yamane) ได้ทำการสุ่มกลุ่มตัวอย่างโดยที่ไม่คำนึงถึงความน่าจะเป็นแบบบังเอิญ (accidental sampling) ใช้ระเบียบวิจัยเชิงปริมาณ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในครั้งนี้เป็นแบบสอบถาม ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.คำถามเกี่ยวกับปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม และ 2.คำถามเกี่ยวกับความตื่นตัวทางการเมืองของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาว่ามีความคิดเห็นอย่างไรต่อความตื่นตัวทางการเมือง โดยใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้สถิติ t-test ในการเปรียบเทียบความแตกต่างที่มีตัวแปร 2 ตัวแปร และใช้สถิติ One-way ANOVA ในการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกลุ่มตั้งแต่ 3 กลุ่มขึ้นไป และการเปรียบเทียบ ความแตกต่างเป็นรายคู่ โดยใช้วิธีการเชฟเฟ่ (Scheffe’s post hoc comparison)
ผลการวิจัย พบว่า 1) ระดับความตื่นตัวทางการเมืองในภาพรวมของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มีความตื่นตัวทางการเมืองอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาตามรายด้าน พบว่า ด้านที่สูงที่สุด คือ ด้านกลุ่มเพื่อนอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.61 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.153) รองลงมาได้แก่ ด้านสถาบันครอบครัวอยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.38 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.275) รองลงมา ด้านสถาบันการศึกษาอยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.10 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.271) ส่วนด้านที่น้อยที่สุด คือ ด้านความเข้าใจทางการเมืองอยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.99 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.089) ตามลำดับ 2) การเปรียบเทียบระดับความตื่นตัวทางการเมืองของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พบว่า นักศึกษาที่มี เพศ ระดับชั้นปี และคณะที่ศึกษา แตกต่างกัน มีความตื่นตัวทางการเมืองไม่แตกต่างกัน ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ ที่ 0.05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ส่วนนักศึกษาที่มี อายุ ต่างกัน มีความตื่นตัวทางการเมืองไม่แตกต่างกัน ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ ที่ 0.05 ซึ่งเป็นไม่ไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้


