แนวทางการพัฒนาประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการสู่ระดับสากล ของมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มรัตนโกสินทร์

ผู้เขียน

  • Sivaphong Orpong สาขาวิชาการบริหารการพัฒนา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
  • นัทนิชา โชติพิทยานนท์ สาขาวิชาการบริหารการพัฒนา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
  • พิมพ์ชนา ศรีบุณยพรรัฐ สาขาวิชาการบริหารการพัฒนา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

คำสำคัญ:

ประสิทธิผล, การบริหารงานวิชาการ, มหาวิทยาลัยราชภัฏ, สากล

บทคัดย่อ

          การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึง 1) ระดับประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการสู่ระดับสากลของมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มรัตนโกสินทร์ 2) ปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการสู่ระดับสากลของมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มรัตนโกสินทร์ 3) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการสู่ระดับสากลของมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มรัตนโกสินทร์ เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน ได้แก่ การวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ บุคลากรสายวิชาการ ตำแหน่งอาจารย์ ที่สังกัด มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มรัตนโกสินทร์ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประกอบไปด้วย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี และมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ใช้วิธีการคำนวณกลุ่มตัวอย่างด้วยการใช้เกณฑ์ไม่น้อยกว่า 20 เท่า ของตัวแปรสังเกต ตามเทคนิคการใช้สถิติวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง คำนวณกลุ่มตัวอย่างได้ จำนวน 460 คน ใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ ซึ่งทำการสุ่มโดยการกำหนดสัดส่วน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง ในส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผู้บริหารระดับ อธิการบดี และรองอธิการบดี ใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ได้จำนวน 20 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึกรายบุคคล และใช้การวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา
          ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ของการศึกษาในแต่ละข้อ พบว่า 1) ระดับประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการของมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มรัตนโกสินทร์ โดยรวมอยู่ในระดับมาก 2) การวิเคราะห์แบบจำลองโมเดลสมการโครงสร้าง พบว่า ตัวชี้วัด การเข้ากันได้ดีของข้อมูลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยมีค่า Chi-square = 399.586, df = 211, GFI = .929, AGFI = .908, CFI = .961, RESEA = .044, RMR = .008 ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยตัวแปรที่มีอิทธิพลโดยรวมที่ส่งผลมากที่สุด คือ ภาวะผู้นำผู้บริหาร ธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ และการจัดการองค์การสมัยใหม่ มีค่าเท่ากับ 0.84, 0.73, 0.48 และ 0.30 ตามลำดับ 3) แนวทางการพัฒนาประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับสู่สากลนั้น ในเชิงวิชาการควรให้ความสำคัญ ภาวะผู้นำผู้บริหารที่ต้องมีวิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลง มีความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล มีทักษะการสื่อสารเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานภายนอก และการสื่อสารภายในเพื่อเสริมพลังสร้างแรงจูงใจที่ดีด้วยการเปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในการทำงานร่วมกันเป็นทีมเพื่อสร้างความสามัคคีและความเข้มแข็ง ในเชิงนโยบาย ควรมีนโยบายแลกเปลี่ยนทางวิชาการของอาจารย์ และนักศึกษา ร่วมกับ สถาบันอุดมศึกษาในต่างประเทศในรูปแบบ International Abroad และ International at Home และในเชิงปฏิบัติควรส่งเสริมวัฒนธรรมการใช้และพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษ และเทคโนโลยีดิจิทัล ให้แก่ บุคลากรและนักศึกษา ในมหาวิทยาลัย

เอกสารอ้างอิง

กรุณา มธุลาภรังสรรค์. (2565). อนาคตภาพการบริหารงานวิชาการของมหาวิทยาลัยสงฆ์ในทศวรรษหน้า. (การศึกษาตามหลักสูตรศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย).

กัญญดา อนุวงศ์ และอาจรี ศุภสุธีกุล. (2561). แนวคิดและเกณฑ์ประกันคุณภาพการศึกษาเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนในระดับหลักสูตร AUN-QA Concept And Criteria Programmer Level. วารสารวิชาการอุตสาหกรรมศึกษา, 12(1), 9 – 18.

กันยา นภาพงษ์. (2564). แนวทางการพัฒนาประสิทธิผลการบริหารงานสถาบันอุดมศึกษาในยุคดิจิทัลดิสรัปชั่น. (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา).

จันทิมา องอาจ, บรรเจิด เจริญเวช และสมชัย ใจเย็น. (2561). การบริหารจัดการการบริการวิชาการแก่สังคมของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี. วารสารราชภัฏสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี, 5(1), 273 – 298.

ชฎาพร โชติรดาภาณ์. (2563). บทบาทผู้นำในมหาวิทยาลัยราชภัฏกับเส้นทางสู่ความเป็นสากล Leadership’s Role in Rajabhat Universities on Internationalization. วารสารพิกุล, , 18(1), 327 – 343.

ธวัชชัย พงษ์สนาม. (2564). เทคโนโลยี AI กับจุดเปลี่ยนทางการศึกษาไทย. คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา.

บุญเดิม พันรอบ, สมพงษ์ ปั้นหุ่น, พัชรีพร วรจักร และสฎายุ ธีระวณิชตระกูล. (2560). รูปแบบการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรมชุมชนของสถาบันอุดมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารบริหารการศึกษา, 13(1),131 – 140.

ปนิดา เนื่องพะนอม. (2560). กลยุทธ์การบริหารงานมหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน. ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการศึกษา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต.

พงษ์สันติ์ ตันหยง, จิดาภา ถิรศิริกุล และนพพร จันทรนำชู. (2561). อิทธิพลของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงการรับรู้การสนับสนุนจากองค์การและความพงึพอใจในการทำงานที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการปฏิบัติงานวิชาการ ของพนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏในประเทศไทย. วารสารสังคมศาสตร์วิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 11(1), 371 – 380.

เมธาวี ตันวัฒนะพงษ์. (2562). การบริหารงานวิจัยในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน. วารสารนวัตกรรมและสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชธานี, 3(1), 1 – 18.

รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร. (2560). มหาวิทยาลัย 4.0 : กับการตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ. สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2566, จาก https://www.matichon.co.th/columnists/news_414150

ฤๅเดช เกิดวิชัย. (2564). การประชุมและบรรยายพิเศษในการประชุมบุคลากรเพื่อมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย ประจำปีงบประมาณ 2564. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. สืบค้นเมื่อ 30 มกราคม 2566, จาก,https://skm.ssru.ac.th/th/news/view/a651

ศรีพัชรา สิทธิกำจร แก้วพิจิตร. (2562). การใช้หลักธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน The Practice of Good Governance in Private Higher Education Institutes. Veridian E – Journal, 2(1), 155 – 174.

สถาบันจัดอันดับด้านการศึกษา. (2566). การจัดอันดับมหาวิทยาลัยราชภัฏยอดนิยมที่นักเรียนอยากเรียนมากที่สุดปี 2023.สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2567, จาก https://www.thaitopu.com/content/161

สานิต ศิริวิศิษฐ์กุล และสมยศ อวเกียรติ. (2559). ตัวแบบปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลการบริหารงานวิจัยในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในประเทศไทย. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยธนบุรี, 10(23), 58 – 70.

สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. (2566). ข้อมูลบุคลากร จำนวนอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา. สืบค้นเมื่อ 2 มีนาคม 2566, จาก https://info.mhesi.go.th/stat_stf.php?search _year=2565

Hair, J., Hult, T., Ringle, C., & Sarstedt, M. (2014). A Primer on Partial Least Squares Structural Equation Modeling (PLS-SEM). Thousand Oaks, CA: Sage Publications, Inc.

Kaur, H., & Bhalla, G. S. (2018). Determinants of effectiveness in public higher education - student’s view point. International Journal of Educational Management, 32(6), 1135 – 1155.

Kohtamäki, V. (2019). Academic leadership and university reform-guided management changes in Finland. Journal of Higher Education Policy and Management, 41(1), 70–85.

Kristine Joy S. Simpao. (2021). Changing Educational Landscape from Traditional to Outcomes-based Educationin South Korea. Asia-pacific Journal of Convergent Research Interchange, 7(6), 95 – 104.

Liu, L., Hong, X., Wen, W., Xie, Z., & Coates, H. (2020). Global university president leadership characteristics and dynamics. Studies in Higher Education, 1–9.

Sevillia S. F. (2021). Effectiveness of the Implementation of Outcomes Based Education (OBE) in the College of International Tourism and Hospitality Management. Asia Pacific Journal of Education Perspective, 8(2), 1-9.

Downloads

ตีพิมพ์แล้ว

2024-05-20

How to Cite