ประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาทุนจิตวิทยาเชิงบวกในการเสริมสร้างความยึดมั่นผูกพันต่อสถาบันการศึกษาของนักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

ผู้เขียน

  • ณัฎฐา ระกำพล วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

คำสำคัญ:

ทุนจิตวิทยาเชิงบวก, ความยึดมั่นผูกพันต่อสถาบันการศึกษา, นักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลป, สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาทุนจิตวิทยาเชิงบวกที่มีต่อความยึดมั่นผูกพันต่อสถาบันการศึกษาของนักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลองร่วมกับการติดตามผล 1 เดือน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 40 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ โปรแกรมการพัฒนาทุนจิตวิทยาเชิงบวกเพื่อเสริมสร้างความยึดมั่นผูกพันต่อสถาบันการศึกษา และแบบวัดความยึดมั่นผูกพันต่อสถาบันการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ Independent Samples t-test และ One-way Repeated Measures ANOVA

ผลการวิจัยพบว่า ก่อนการทดลอง กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีคะแนนความยึดมั่นผูกพันต่อสถาบันการศึกษาโดยรวมไม่แตกต่างกัน (t = 1.387, p = .174) ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนความยึดมั่นผูกพันต่อสถาบันการศึกษาสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 9.816, p < .001) และยังคงสูงกว่าในระยะติดตามผล 1 เดือน (t = 7.866, p < .001) นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำพบว่าคะแนนความยึดมั่นผูกพันต่อสถาบันการศึกษาของกลุ่มทดลองแตกต่างกันตามช่วงเวลาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (F = 120.414, p < .001) โดยคะแนนหลังการทดลองและระยะติดตามผล 1 เดือนสูงกว่าก่อนการทดลอง ขณะที่คะแนนหลังการทดลองและระยะติดตามผลไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (MD = 0.039, p = .475) สะท้อนให้เห็นว่าโปรแกรมการพัฒนาทุนจิตวิทยาเชิงบวกมีประสิทธิผลในการเสริมสร้างและคงไว้ซึ่งความยึดมั่นผูกพันต่อสถาบันการศึกษาของนักศึกษา

เอกสารอ้างอิง

กาญจนา สุทธิเนียม. (2561). การพัฒนาทุนทางจิตวิทยาเชิงบวกของนิสิตครูโดยการให้การปรึกษากลุ่ม. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 32(1), 17–32.

เกื้อ วงศ์บุญสิน และปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์. (2566). จะเป็นอย่างไรหากสังคมไทย “ตายมากกว่าเกิด” ไปเรื่อย ๆ : สถานการณ์และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร. ในรายงานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ, นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข

ชาติวุฒิ วังวล. (2564). การศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาทุนจิตวิทยาเชิงบวกที่มีต่อความยึดมั่นผูกพันในงานของพนักงานองค์กรพัฒนาเอกชนด้านความหลากหลายทางเพศ. (ดุษฎีนิพนธ์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ).

ตวงพร รุ่งเรืองศรี. (2563). ความพึงพอใจและความผูกพันต่อสถาบันของนิสิตวิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา.วารสารด้านการบริหารรัฐกิจและการเมือง, 9(2). 125-147.

นพมาศ ว่องวิทยสกุล. (2557). การพัฒนาโปรแกรมเพื่อส่งเสริมความยึดมั่นผูกพันกับการเรียนและผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษา: การทดลองแบบอนุกรมเวลา. (ปริญญามหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย).

บัณฑิต โชคอํานวยกิจ. (2566). การพัฒนาเครื่องมือประเมินความยึดมั่นผูกพันและความท้อถอยทางการเรียนใน วิชาชีพครูของนักศึกษาครู. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย).

ผ่องพรรณ ตรัยมงคลกูล, & สุภาพ ฉัตราภรณ์. (2553). การออกแบบการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

พงษ์จันทร์ ภูษาพานิชย์, วีรวรรณ วงศ์ปิ่นเพ็ชร์, ชูชัย สมิทธิไกร, และพิมพ์ชนก เครือสุคนธ์. (2560). รายงานการวิจัย: ปัจจัยพยากรณ์ความผูกพันของนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ภาควิชาจิตวิทยา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. (2564). รายงานฉบับสมบูรณ์ ประเทศไทยในอนาคต Future Thailand มิติที่3 การศึกษาไทย Future Thailand: Education, ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากสำนักงาน คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.

วัชรินทร์ อินทร์นุ่ม. (2561). การเสริมสร้างความยึดมั่นผูกพันของนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตโดยใช้โปรแกรมการสนับสนุนอิสระด้วยตนเอง. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย).

สุกัญญา ส่งสวัสดิ์. (2557). ความผูกพันต่อองค์กรของนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีต่อคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. วารสารสังคมศาสตร์บูรณาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ,4(1). 3-24.

องอาจ นัยพัฒน์. (2548). วิธีวิทยาการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ: สามลดา.

อำภา สมันพืช. (2561). การมีส่วนร่วมในการบริหารกับความยึดมั่นผูกพันกับองค์การของครูในสถาบันการอาชีวศึกษา. (วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยสยาม).

Appleton, J. J., Christenson, S. L., Kim, D., & Reschly, A. L. (2006). Measuring cognitive and psychological engagement: Validation of the Student Engagement Instrument. Journal of School Psychology, 44(5), 427–445. https://doi.org/10.1016/j.jsp.2006.04.002

Carini, R. M., Kuh, G. D., & Klein, S. P. (2006). Student engagement and student learning: Testing the linkages. Research in Higher Education, 47(1), 1–32. https://doi.org/10.1007/s11162-005-8150-9

Creswell, J. W. (2015). Educational research: Planning, conducting, and evaluating quantitative and qualitative research (5th ed.). Pearson.

Da, S., Zhao, J., Fu, Y., & Liu, J. (2021). Psychological capital and academic engagement among university students: The mediating role of positive emotions. Frontiers in Psychology, 12, Article 635101.

Dello Russo, S., & Stoykova, P. (2015). Psychological capital intervention (PCI): A replication and extension. Human Resource Development Quarterly, 26(3), 329-347. https://doi.org/10.1002/hrdq.21212

Gay, L. R., Mills, G. E., & Airasian, P. (2012). Educational research: Competencies for analysis and applications (10th ed.). Pearson.

Karatepe, O. M., & Talebzadeh, N. (2016). An empirical study of psychological capital among hotel employees. Tourism and Hospitality Research, 16(2), 131-146.

Kline, R. B. (2005). Principles and Practice of Structural Equation Modeling (2nd ed.). The Guilford Press.

Luthans, F., Avey, J. B., & Patera, J. L. (2008). Experimental analysis of a web-based training intervention to develop positive psychological capital. Academy of Management Learning & Education, 7(2), 209–221. https://doi.org/10.5465/AMLE.2008.32712618

Luthans, F., Avey, J. B., Avolio, B. J., Norman, S. M., & Combs, G. M. (2010). Psychological capital development: Toward a micro-intervention. Journal of Organizational Behavior, 27(3), 387–393. https://doi.org/10.1002/job.373

Luthans, F., Avolio, B. J., Avey, J. B., & Norman, S. M. (2007). Positive psychological capital: Measurement and relationship with performance and satisfaction. Personnel Psychology, 60(3), 541–572. https://doi.org/10.1111/j.1744-6570.2007.00083.x

Movahedi, D., Oudi, D., & Rad, G. H. M. (2018). Effectiveness of the Luthans’s psychological program on job engagement of nursing staff. Modern Care Journal, 15, e83227. https://doi.org/10.5812/modern. 83227

Parsons, J., & Taylor, L. (2011). Improving Student Engagement. Current Issues in Education, 14(1). https://cie. asu.edu/ojs/index.php/cieatasu/article/view/745

Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Dutch Journal of Educational Research, 2, 49–60.

Song, J. H., Sun, B. C., & Song, J. H. (2019). The mediating effect of psychological capital on the relationship between career commitment and organizational commitment. Sustainability, 11(3), 702.

Yang, S., Huang, H., Qiu, T., Tian, F., Gu, Z., Gao, X., & Wu, H. (2020). Psychological Capital Mediates the Association Between Perceived Organizational Support and Work Engagement Among Chinese Doctors. Frontiers in Public Health, 8, 149. https://doi.org/10.3389/fpubh.2020.00149

Downloads

ตีพิมพ์แล้ว

2026-07-31

How to Cite